เกี่ยวกับเรา

ความสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมรอบตัวในด้านการบริโภคในชีวิตประจำวันและวิถีชีวิตในแต่ละวันที่เปลี่ยน ไปส่งผลให้คนมองข้ามการดูแลสุขภาพและการบริโภคในแต่ละวันอย่างถูกวิธี ทำให้เกิดปัญหาประชาชนมีภาวะน้ำ หนักเกินจนเข้าสู่ภาวะโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยมีรายงานการเพิ่มจำนวนของผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตราฐาน(อ้วน ระดับเริ่มต้น) จาก 260,000 คนในปี 2540 เพิ่มขึ้นเป็น 10,000,000 กว่าคนในปี 2552 และเพิ่มสูงถึง 22,000,000 คนใน ปัจจุบัน โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยเป็นโรคอ้วนรุนแรง (BMI มากกว่า 30) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคเมตาโบลิคอื่นๆ สูงถึง 6,000,000 กว่าคน หรือคิดเป็น 10% ของประชาการทั้งหมด

International Bariatic Workshop in Soft Cadaver 6-7 July 2016

โรคอ้วน(Obesity) เป็นภาวะที่จัดเป็นโรคเรื้อรังอย่างหนึ่ง และเป็นภาวะที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคร่วมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ,โรคหลอดเลือดหัวใจ , ไขมันในเลือดสูง , ความดันโลหิตสูง, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ, ภาวะปอดทำงานผิดปกติ, หลอดเลือดสมองขาดเลือด, ข้อเข่าเสื่อม, โรคถุงน้ำดี, โรคไขมันคั่งสะสมในตับ และยังเป็น สาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

มีการศึกษาพบว่าค่าใช่จ่ายในการรักษาโรคต่างๆที่มีความสัมพันธ์กับโรคอ้วน สามารถประเมินค่าใช้จ่าย เป็นเงินจำนวนสูงมากต่อปี เข่นในปี 2552 มีการคำนวนรายจ่ายที่ใช้ในการรักษาโรคดังกล่าวรวมกันสูงถึง 12,000 ล้านกว่าบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 0.13 ของ GDP รวมของประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งในแง่สังคมและ เศรษฐกิจจำนวนมหาศาลในแต่ละปี ตารางแสดง ต้นทุนต่อสังคมที่เกิดจากภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน (หน่วย ล้านบาท)

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า การผ่าตัดเป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่สามารถควบคุมน้ำ หนักของผู้ป่วยได้อย่างถาวร การรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการให้ยา พฤติกรรมบำบัด และการออกกำลัง กาย มักให้ผลดีระดับหนึ่ง แต่ในระยะยาวมีเพียง 10% ของผู้ป่วยเท่านั้นที่สามารถควบคุมน้ำหนักให้คงที่ และส่วน ใหญ่จะกลับมามีน้ำหนักเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังพบว่าการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดสามารถ ช่วยในการรักษาโรคร่วมให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ลดอัตราการใช้ยาในการรักษาโรคหัวใจ ไขมัน และเบาหวาน โดยพบ ว่าสามารถรักษาผู้ป่วยเบาหวานได้หายขาดสูงถึง 80% ของผู้ป่วยทั้งหมดที่ได้รับการผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ ป่วยที่เป็นเบาหวามมาน้อยกว่า 10 ปี มีอัตตราการหายชาดสูงเกือบร้อยเปอเซนต์ นอกจากนั้นยังลดการเป็นมากขึ้น ของโรคกระดูกและข้อ รวมถึงการดีขึ้นของโรคนอนกรดและภาวะ obstructive sleep apnea ที่สำคัญผลการผ่าตัด สามารถทำให้ภาวะ socioeconomic และ psychosocial status ของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ในปี พ.ศ. 2546 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้เริ่มให้การบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนด้วยวิธีผ่าตัด ส่งผลให้คณะ แพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นว่า จำนวนผู้ป่วยโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี จนในปี 2550 คลีนิกโรคอ้วนจึงได้ถูกจัดตั้งขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อรองรับผู้ป่วยด้านนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากผู้ป่วยโรคอ้วนไม่ใช้ผู้ป่วยที่มีขนาดอวัยวะที่ใหญ่ขึ้น เท่านั้น แต่ผู้ป่วยจะมีสรีระและการเปลี่ยนแปลงในหลายๆระบบของร่างกาย ดังนั้นจำเป็นต้องอาศัยทั้งอุปกรณ์พิเศษ, เครื่องมือผ่าตัดพิเศษและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางพิเศษหลากหลายด้าน ร่วมกันทำงานแบบสหสาขาเพื่อปรับปรุง และพัฒนาให้ได้ผลการรักษาที่ปลอดภัย และได้ผลการรักษาที่ดี นอกจากนั้นสิ่งสำคัญคือให้การศึกษาเพื่อให้ผู้ป่วย และบุคคลทั่วไปเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของภาวะอ้วน และโรคอ้วน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค อ้วนได้ในอนาคต

เนื่องจากปัญหาการเพิ่มจำนวนอย่างรวจเร็วของผู้ป่วยโรคอ้วน ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่ทั่ว ถึง รวมถึงความยากลำบากในการเข้าถึงบริการ ทำให้เราต้องสูญเสียผู้ป่วยจำนวนหนึ่งจากภาวะโรครุมเร้าที่ตามมา จากโรคอ้วน ตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อย เช่น ผู้ป่วยไม่สามารถทำนัดเข้าตรวจคลีนิกได้หรือนัดได้ล่าช้า โดยเวลาเฉลี่ย ในการทำนัดคลินิกโรคอ้วนใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เนื่องจากปัจจุบันสามารถทำนัดได้เพียง 15 คนต่อหนึ่ง สัปดาห์ ในขณะที่มีผู้เข้ารับบริการคลินิกถึง 30-45 คนต่อวัน รวมทั้งพื้นที่ให้บริการภายในคลินิกรองรับผู้ป่วยได้เพียง 15 คน ทำให้เกิดความแออัดยากลำบากในการให้บริการ ล่าช้าในการนัดหมายและติดตามผู้ป่วย

doctor-650534_1920

อีกทั้งในผู้ป่วยอ้วนหนึ่งคน อาจมีโรครวมมากกว่าหนึ่งโรค อีกทั้งผู้ป่วยโรคอ้วนซึ่งมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ และส่วนหนึ่งมีปัญหาด้านการ ambulate รวมถึงการดำเนินงานแต่ละขั้นตอนในแต่ละหน่วยเช่นการส่งปรึกษาโรค ปอด โรคเบาหวาน อยู่คนละสถานที่ และคนละวัน ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความท้อใจในมารับการรักษาแต่ละครั้ง ทำให้ ยุติการรักษากลางคัน เป็นต้น

นอกจากนี้ การตรวจวินิจฉัยส่องกล้องและตรวจการนอนหลับทำได้ล่าช้า เพราะสถานที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้ป่วย จึงต้องใช้เวลารอผ่าตัดนานกว่า 6 เดือน เป็นเหตุให้ผู้ป่วยบางรายเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับการรักษา

ดังนั้นการจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาและป้องกันโรคอ้วนแบบครบวงจรจะเป็นทางออกของปัญหาซึ่งนำไปสู่การ รักษาแบบองค์รวมอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงมากขึ้น อีกทั้งยังสนับสนุนให้สามารถให้ความรู้และป้องกันภาวะน้ำ หนักเกินให้แก่บุคคลทั่วไป รวมถึงเพิ่มความสามารถในการศึกษาและวิจัย เพื่อให้ได้มาซึ่งหนทางรักษาและป้องกันที่ ดีที่สุดของโรคอ้วนในอนาคต